ศุกร์ที่ 8 กันยายน

16.00 ส่ง message ไปหาผู้ชาย ถามว่าคืนนี้มีแผนไปดูพิธีเปิดโอลิมปิกที่ไหนรึเปล่า เพราะอาทิตย์ก่อนเห็นเขาบอกว่า น่าจะมาดูพิธีเปิดด้วยกัน

 

17.00 ……………… ไม่มีข้อความตอบกลับ

 

18.00 ตอนนี้เลิกงานแล้วจะไปไหนละเนี่ย จ้องไปที่มือถือ ก็ยังไม่มีข้อความใดๆเหมือนเดิม ไม่รู้จะไปไหน เพื่อนๆที่ทำงานก็มีแพลนกันหมดแล้ว เราก็แบบเศร้าๆ กรูไม่อยากดูพิธีเปิดกับคนอื่น กรูจะดูพิธิเปิดกับผู้ชายง่า....

 

18.30 ยังไม่มีข้อความตอบกลับเหมือนเดิม หมดหวังละ เลยเดินคอตกออกจากที่ทำงาน เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย แล้วก็คิดได้ว่าหิว เลยเรียก taxi ไปกินบะหมี่ญี่ปุ่นตรงห้างแถวที่ทำงาน

 

19.15 นั่งรอบะหมี่อยู่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สงสัยเพื่อนที่ทำงานโทรมามั้ง ………

ฉันเอง : ฮาโหลลลล! ผู้ชาย : เอ๊ย ! โทษที ทำงานอยู่ยุ่งๆ เพิ่งเลิกน่ะ ว่าไง

ฉันเอง : เปล่า ! โทรมาถามว่าคืนนี้มีแผนการไปไหนเป่า

ผู้ชาย : ก็ไม่มีนะ เดี๋ยวคงจะไปดูพิธีเปิดที่บ้านอะ (เข้าทางกรูละ!!)

ฉันเอง : งั้นขอไปดูด้วยนะ ว่าแต่กินข้าวรึยัง

ผู้ชาย : ว่าจะหาไรง่ายๆกิน แล้วรีบกลับไปดูพิธีเปิดน่ะ แล้วโตละ

ฉันเอง : อ๋อ !! กะลังจะกินข้าวเนี่ย รอบะหมี่มาเสิร์ฟอยู่ เีดี๋ยวสองทุ่มครึ่งไปถึงบ้านนะ

ผู้ชาย : เอ้ย ! กินตอนนี้ แล้วจะมาทันเหรอ สองทุ่มครึ่งมันฉายไปแล้วนะ พิธีเปิดสองทุ่มแปดนาที

ฉันเอง : ไม่เป็น เจอกันที่บ้านละกันนะ กรี๊ดดดดดดดดดดด………………… ขอบคุณสวรรค์

 

 

19.45 อยู่บนรถไฟใต้ดิน ไม่น่าเชื่อ รถโล่งมากก มีที่นั่งด้วย ปรกติเวลานี้ไม่มีทางได้นั่งแน่ๆ เหมือนทุกคนจะ กลับบ้านไปรอดูพิธีเปิดโอลิมปิกหมดแล้ว ตะีกี๊บนถนนก็แทบไม่มีรถเลย ยังกับว่าตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มยังไง ยังงั้น

 

20.15 แวะซื้อชานมไข่มุกหน้าบ้านผู้ชาย 2 แก้ว เผื่อเขาหิวตอนดึกๆ

 

20.25 ถึงบ้านเขาพอดี วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีเทา ซึ่งฉันชอบมากก หล่อมากกก ล่ำมากกกก กรี๊ดดดด ใส่กางเกงขาสั้นตัวเก่า สีดำขาว แนวหยินหยางสไตล์เดิม เขาก็นั่งกินบะหมี่ที่ซื้อมาไป ดูทีวีไป วันนี้มีดูกัน 3 คน คือฉัน เขา และเพื่อนเกาหลีขาประจำคนเดิม ที่เคยจับก้นฉันอะ จำได้ปะ พิธีเปิดสวยงามตามสไตล์จีน ฉันว่ามันเก๋มากเลย ที่ใช้คนวิ่งไปบนสนามแล้วทำเหมือนเป็นภาพดิิจิตอลที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์

 

21.30 มีเพื่อนหญิงเกาหลีมาสมทบอีกคน ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักกีฬาชาติต่างๆเดินเข้าสนาม ซึ่งกินเวลานานมากกก….. มีทั้งหมด 147 ประเทศ เดินกันเป็นชั่วโมงๆ ระหว่างนี้เราก็คุยกันไป กินขนมคบเคี้ยว และเบียร์ไป ฉันกินไปครึ่ง กระป๋องก็เบลอๆละ ฉันนั่งข้างผู้ชาย ตาก็แอบเหล่ไปมองแขนเขาอยู่ตลอด โอย… ทำไมหัวไหล่ล่ำเป็นมัดๆ น่ากัด เช่นนี้ แอบมีสิวที่หัวไหล่ด้วยประปราย อา…. อยากงับแขน ง่ำๆๆๆ

 

23.45 ขบวนนักกีฬาเดินเข้าสนามหมดซะที ถึงเวลาอันยิ่งใหญ่ เวลาจุดคบเพลิงโอลิมปิกที่ทุกคนรอคอย ว่าจะเดิ้น ล้ำ หน้ากันแค่ไหน จะสู้ตอน Sydney ที่มีจานบินลอยจากน้ำ หรือ Doha Asian Games ที่มีเจ้าชายขี่ม้าขาว วิ่งขึ้นไปจุดคบเพลิงได้รึเปล่า แต่น แต๋น แต๊น…. โอ้ว จอร์จ เอาสลิงยกนักกีฬาขึ้นไปบินรอบสนามหนึ่ง รอบ เหมือนนักจีนของจางอี้โหมว แล้วก็ไปจุดคบเพลิง อึ้งเล็กๆ ตอนนักกีฬาบินรอบสนาม แต่อึ้งขึั้นไปอีกว่า ตอนจุดไฟเล่นง่ายๆงี้เลยเหรอ ไม่มีแบบว่ามังกรฟ้า กิเลนไฟ กระเรียนทิพย์ เต่าวิเศษ บรรดาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายของจีนบินรวมตัวกัน แล้วพ่นไฟตู้ม….. ลงคบเพลิงซะอีก แต่ก็นะ เรียบง่าย แต่ได้ความหมาย

 

24.00 หลังจากเสร็จพิธีจุดไฟเสร็จก็มีอะไรต่อก็ไม่รู้ จำไม่ได้ เพราะง่วงมาก รอพิธีจุดไฟนานมาก จุดเสร็จน็อกเลย หลับบน โซฟา จำได้ว่าได้ยินเสียงเพื่อนๆเดินออกไปนอกห้อง แล้วฉันก็……………

 

1.30 ตื่นขึ้นมาในห้องที่ว่างเปล่า เปิดประตูออกไปดูในครัว ก็ไม่มีใคร เอ๊ย…. ทุกคนหายไปไหนกันหมด แล้วผู้ชายละ ถ้า เพื่อนๆกลับบ้านไปกันหลังเที่ยงคืน แล้วผู้ชายเดินไปส่ง ป่านนี้ก็น่าจะกลับมาแล้วนี่ บ้านเพื่อนอยุ่แถวนี้กันหมดเลยนะ หรือ ต่อให้ไปกินบะหมี่กันต่อ ก็น่าจะเสร็จแล้ว อร๊าย…. เพื่อนชายสุดที่รักฉันหายไปไหนเนี่ย เป็นห่วง กลัว กังวล โทรไปก็ ไม่รับสาย ยิ่งนุ่งสั้น แขนกุดออกไปเดินกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ เกิดโดนชะนีจีนฉุดไปจะทำไงละเนี่ย ว่าแล้วก็ส่ง message ไปหาเพื่อนเกาหลี ว่าเพื่อนชายสุดที่รักฉันอยู่ไหน เพื่อนเกาหลีส่งข้อความกลับมาบอกว่าเขาเพิ่งแยกกัน เดี๋ยว คงถึงบ้านละ ได้ฟังดังนั้นก็โล่งใจ นอนต่อ คร่อก……… ใกล้จะหลับแล้ว กะลังตกอยู่ในภวังค์ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตู แล้วก็ได้ยินเสียงปรับแอร์ ติ๊ดๆ สองครั้ง แล้วไฟในห้องก็ดับ ลง ………………คร่อก ฟี้ --------------------------------------------------------------------------------------

 

 

วันเสาร์ที่ 9 กันยายน

 

7.14 ปวดฉี่ เลยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เปิดประตูมาจ๊ะเอ๋กับผู้ชายพอดี เขาถามว่าไม่นอนต่อเหรอ ฉันบอกว่าปวดฉี่น่ะ

 

8.20 ผู้ชายเข้ามาในห้อง มาเปิดตู้เสื้อผ้าเขา (ต้องอธิบายก่อนว่า มะคืนนอนคนละห้องนะ) ว่าแล้วเขาก็ไปเปิด ผ้าม่านให้แสงเข้ามาในห้อง เขาผมยุ่งๆ แล้วหันมามองฉัน กร๊ีดดดดดดดดดดดดด อา… ฉากนี้นี่มัน J. Lo ในหนังเรื่อง Maid in Manhattan ชัดๆ นางเอกตื่นขึ้นมาในเสื้อเชิ้ต ผมยุ่ง งัวเงีย พระเอกเดินไปเปิดม่าน แล้วหัน มายิ้มให้นางเอก จะต่างกันก็ตรงที่ฉันสวยไม่เท่า J. Lo แค่นั้นเอง เขาถามว่าจะเอาไรเป่า เขาจะออกไปซื้อข้าวเช้านะ ฉันก็บอกว่าซื้อมาเผื่อฉันด้วยละกัน เขาบอกว่าต้องรอนะ เขาจะ ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ 20 นาที รีบกินรึเปล่า ฉันเลยบอกว่างั้นฉันขอไปด้วยละกัน ว่าแล้วก็ตื่นมาล้างหน้าล้าง ตาฉันยังอยู่ในชุดทำงานเมื่อวานอยู่เลยไม่ได้อาบน้ำ อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีเทา ส่วนเขาเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีขาว แต่ กางเกงยังเป็นตัวเดิม แล้วก็ใส่หมวกขาว หล่อมากกกกกกกกกกกกก… ขอบอก ฉันก็พับขากางเกงยีนส์ขึ้นแล้วใ่ส่ รองเท้าแตะเดินออกไปกับเขา เขาแวะซื้อขนมเปี๊ยะจีนร้านประจำ ฉันก็บอกให้เขาซื้อให้ฉันนะ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อชา นม ไข่มุกให้ ต่างคนต่างซื้อให้กันและกัน อา…. อะไรจะหนัง Hollywood ปานนี้ นะกรู อยากร้องไห้เป็น ภาษา อิตาลี

 

9.00 ถึงสวนสาธารณะแถวบ้านละ ฉันอยู่แถวนี้มาจะ 2 ปี ไม่เคยรู้เลยว่ามีสวนสาธารณะเล็กๆซ่อนอยุ่ตรงนี้ด้วย ตานี่นี่ซอก แซกมากๆ มีสวนอยู่ตรงไหน รู้ไปหมด เป็นคนชอบเดินสวนสาธารณะมากๆ เขาบอกว่าทุกเช้าเสาร์อาทิตย์เขาก็จะมา เดินที่สวนนี่ละ ในสวนมีคนแก่มาเล่นไพ่ รำไท้เก๊ก เล่นเครื่องดนตรีจีน เอากรงนกมาตากแดด เราเดินกันแค่แป๊บเดียวก็กลับละ สวนมันเล็กๆเอง

 

10.30 กลับมาบ้าน เขาก็เอานิตยสารที่เขาซื้อๆไว้มาอ่าน ฉันก็นอนแหมะบนเตียงเดิมอีกแล้ว ตอนแรกกะจะนอนเล่นๆ ไปๆมาๆ หลับคร่อก……….. ตื่นมาอีกทีเที่ยงกว่า เขาไม่อยู่ที่โซฟาแล้ว แต่มีพัดลมเปิดทิ้งไว้ส่ายมาทางฉัน ฉันเลยเดินไปดูอีกห้อง เขานั่งเล่นเนทอยู่ ฉันเห็นว่าสายละ เลยกลับบ้านดีกว่า ว่าแล้วก็ลาเขากลับบ้่าน

 

จบละ อิอิ

edit @ 15 Aug 2008 10:25:59 by Kelvin

edit @ 15 Aug 2008 10:34:52 by Kelvin

ตรวจร่างกาย

posted on 08 Aug 2008 15:02 by kelvinchatty

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2549

วันนี้ตื่นแต่เช้ามาตรวจร่างกาย นักเรียนที่จะเรียนที่เมืองจีนเป็นเวลา 1 ปี ทุกคนต้องได้รับการตรวจร่างกายอีกครั้งในเมืองจีน ถึงแม้ว่าตอนขอวีซ่านักเรียนที่ประเทศตัวเองจะตรวจมาแล้วรอบนึงก็ตาม

( ตอนตรวจที่เมืองไทยฉันก็ตรวจโรงบาลจุฬา ให้เพื่อนที่เป็นหมอเล่นเส้นลัดคิวให้สุดฤทธิ์)

มาถึงก็ยื่นเอกสารที่จากโรงพยาบาลที่เมืองไทย

พอตาเจ้าหน้าที่เห็นก็บอกว่าเอกสารพวกนี้ใช้ไม่ได้เพราะไม่มีลายเซ็นคุณหมอ และไม่มีประทับตราโรงบาล

ตายห่า !! กรูจะไปรู้ได้ไงละเนี่ย ว่าผลตรวจทุกฉบับต้องมีลายเซ็นหมอ

ก็นึกว่าให้หมอเซ็นต์รับรองเฉพาะแบบฟอร์มของประเทศจีนฉบับเดียวก็พอ

สรุปว่าเลยต้องตรวจเลือดใหม่หมด เสียตังค์ไปอีก 315 หยวน ( 1500 บาท) โคตรแพงเลย

ตอนตรวจที่โรงบาลจุฬาแค่ 800 กว่าบาทเอง

มารู้ตอนหลังว่านี่เป็นแผนเอาเงินเด็กนักเรียนของมัน เพราะว่าเพื่อนฉันบอกว่ามันก็โดนแบบนี้ ของมันหมอเซ็นต์มาครบ ประทับตราโรงบาลเสร็จสรรพ แต่ลืมปั้มวันที่ เลยถือว่าเป็นโมฆะเหมือนกัน

ซวยจริงๆกรู โดนคนจีนเล่นเข้าให้แล้วมะละ เลยเจ็บตัวฟรีกันระนาว โ

ดนนางพยาบาลเอาเข็มทิ่มไปหนึ่งจึ๊ก ดูดเลือดไปหนึ่งหลอด ขนาดคนที่หลักฐานทุกอย่างครบยังต้องเสียเงินไป 100 กว่าหยวนเลย ตอนเที่ยงนัดกันว่าจะไปกินข้าวข้างนอกและออกไปเที่ยวกัน ระหว่างรอเพื่อนมากันครบก็เริ่มสืบสาวญาติโกโหติกากันอีกแล้ว

ไปๆมาๆฉันกับเพื่อนผู้ชายอีกคนนึงมาจากโรงเรียนทิวไผ่งามเหมือนกัน แต่เขาแก่กว่า 1 ปี

( กรี๊ดด!! หล่อๆแบบนี้ทำไมฉันไม่เคยเห็นวะ สงสัยตอนอยู่ ม. ต้น หน้าตาคงยังไม่หล่อแบบนี้แน่ๆ เลยไม่เตะตาฉัน)

ส่วนใหญ่ทุกคนจะเรียกชื่อกันเฉยๆ ถือว่ารุ่นเดียวกัน แต่จริงๆแล้วบางคนก็ 25 บางคนก็ 26 แต่ก็เอาวะ เรียกชื่อเฉยๆ จะได้ดูไม่แก่ วันนี้ออกไปกินข้าวร้านอาหารข้างมหาลัย เป็นร้านอาหารติดแอร์ นั่งกินโต๊ะกลมเหมือนโต๊ะจีน แต่อาหารนี่แบบว่าแนวร้านข้าวต้มมากๆ มีผัดผักบุ้ง ไก่ผัดพริกแห้ง ปลาราดพริก ผัดข้าวโพดราดมายองเนส ซุปฟัก แต่รวมๆแล้วก็กินอิ่มดี จ่ายกันแค่คนละ 50 บาทเอง ถู้ก ถูก คุ้มมากๆ

กินเยอะแต่จ่ายเท่าคนอื่น หนูช้อบ ชอบ …

กินเสร็จนั่งรถไฟใต้ดินโผล่ที่ย่าน Cintianti (ซินเทียนตี้) เป็นย่านคล้ายๆ ทองหล่อบ้านเรา แต่สวยกว่ามาก ตึกแถวนั้นจะทำเป็นทรงยุโรปหมดเลย มีร้านกาแฟกลางแจ้ง เก๋ good มากๆ ประหนึ่งเดินอยู่ในเยอรมันหรือกรุงปราก มากกว่าอยู่เซี่ยงไฮ้ ฉันได้กาแฟ Starbuck มาแก้วนึง Caramel Machiato เหมือนเดิม

เรากางแผนที่สมุดคู่มือท่องเที่ยวแล้วเดินไปเรื่อยๆ ไปถึงแต่ละที่แม่งก็ปิดซ่อมแซมกันหมด ทั้งโบสถ์รัสเซีย บ้านดร. ซุนยัดเซ็น ให้มันได้งี้สิวะ ดีนะที่วันนี้อากาศเย็นเลยเดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่เมื่อยขาอะ

เดินกันไปมาเกือบ 2 ชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว พวกนึงขอกลับก่อน อีกพวกนึงขอไปต่อ

ฉันก็กลับหอพักกับเขาด้วย ปวดอึอะ กินกาแฟเข้าไป ดีนะกาแฟที่กินเป็นแบบอ่อนๆ ขืนกินEspresso เข้าไป มีหวังจู๊ดๆกลางทางแน่ๆ

พอมาถึงหอพักหนุ่มน้อยนาโอกิ รูมเมทฉันก็บอกว่าเขาใช้อินเตอร์เนทได้แล้วนะ ลงทะเบียนวันนี้ได้เล่นวันนี้เลย

 

ฉันแทบกรี๊ดดด… ไหนใครๆบอกว่าลงทะเบียนแล้วกว่าจะได้ใช้เนทตั้งอาทิตย์นึงไงฟะ

ฉันเลยชะล่าใจคิดว่าค่อยไปขอลงทะเบียนอาทิตย์หน้าก็ได้ ซวยเลยกรู !! กว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนอีกตั้งอังคารหน้านู่น นี่กรูต้องไปทนนั่งเล่นเนทในร้านอินเตอร์เนทเหม็นควันบุหรี่อีกแล้วเหรอเนี่ย

ฮือๆๆๆ หนูอยากมีเนทเป็นของตัวเอง T_T สรุปว่าตอนเย็นกินมาม่าต้มยำที่ร้านอาหารเกาหลีเสร็จ ก็ต้องไปเล่นเนทที่ร้านเดิมอีกแล้ว แม่งโคตรเหม็นบุรี่สุดๆ แสบตาด้วย กลับห้องมาทีไร เนื้อตัวมีแต่กลิ่นบุหรี่ทุกทีเลย

วันนี้ได้คุย MSN ผ่านเวบแคมกับที่บ้านด้วย พ่อแม่มาเล่น webcam ทักทายฉันกันใหญ่

แม่บอกว่าหน้าอ้วนมาก… ออกกำลังกายมากๆนะลูก

กลับมาถึงห้องก็เปิดซีดีมารายห์ที่ซื้อมาฟัง แล้วก็ไปอาบน้ำ เสร็จแล้วก็เอายาสมุนไพรใส่ผมแก้ผมร่วง ด้วยความที่ยามันกลิ่นแรงมาก ทุกครั้งพอฉันใส่ยาเสร็จก็จะออกไปนั่งที่ห้องโถงข้างนอกก่อน เพื่อให้กลิ่นมันจางลง ไม่ไปรบกวนน้องรูมเมทของฉัน

วันนี้ก็ทำเหมือนเดิม ขณะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ตรงม้านั่งยาวหน้าลิฟท์นั้น

เพื่อนคนไทยคนนึงชื่อ “นาย ก” ก็เดินผ่านไปที่ห้องครัวแล้วก็หันมาทักฉัน นาย ก เป็นหนุ่มไทยหน้าตี๋ ผิวขาว หน้าตาดี ปากนิด จมูกหน่อย ใส่แว่น แถมเพิ่งจบตรีจากอเมริกามา แต่อายุ 24 เท่าฉันนะ

นาย ก เป็นคนน่ารัก วันนี้ นาย ก มาในชุดเสื้อแขนกุดกางเกงยาวถึงเข่า เป็นชุดเตรียมเข้านอน เขาเห็นสมุดจดฉันมีตราพระเกี้ยวอยู่อันเบ้อเริ่ม เขาก็ถามว่ามาจากเตรียมใหญ่เหรอ มาจากจุฬาเหรอ กรี๊ดดด… ทายถูกแบบนี้ ต้องเป็นเนื้อคู่ดิฉันแน่ๆเลยคะ

 

ฉันก็บอกใช่.. มาจากบัญชีจุฬาอะ แล้วเราก็คุยกันต่อถึงเรื่องนู้นเรื่องนี้ เขาบอกห้องเขาเล็ก ฉันก็บอกไม่น่าจะเล็กนา เพราะห้องเขาไม่มีห้องน้ำในตัว ใช้ห้องน้ำรวม มันต้องใหญ่กว่าห้องฉันที่มีห้องน้ำในตัวสิ ว่าแล้วเขาก็พาฉันไปดูห้องนอนเขาเลย

( โฮ่ะๆๆ เข้าทางดิฉันเลยค่ะ)

เปิดประตูมา มีหนุ่มเกาหลีหน้าตาบ้านๆนอนอยู่ 1 คน

( แหม !! มันน่าจะเป็นฉันมากกว่านะที่มานอนห้องนี้เนี่ย)

 

 แล้วฉันก็พาเขาไปดูห้องฉันบ้างค่ะ มากันทั้งนาย ก ทั้งหนุ่มเกาหลีเลย

เปิดประตูมาอ้าซ่า เห็นน้องนาโอกิ รูมเมทฉันนั่งเล่นเนทอยู่ ก็เลยส่งภาษาปะกิตกันเล็กน้อย แล้วก็หนุ่มเกาหลีก็กลับห้องนอนไป ส่วนนาย ก อยู่คุยกับฉันต่อที่ม้านั่งหน้าลิฟท์

วันนี้นาย ก ใส่เสื้อแขนกุด เผยให้เห็นท่อนแขนอันขาวจั๊วน่าเจี๊ยะมากๆ ไม่พอค่ะ คุยๆกันไป นาย ก ที่ยืนอยู่ก็รวบขากางเกงที่ยาวเท่าเข่า ถลกขึ้นมาที่เป้า กรี๊ดดด… ขาขาววว มากกก…… เข้าใจว่าคงเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถของนาย ก เขาเฉยๆ

 

แต่ดิฉันนี่สิคะ เลือดในร่างกายมันสูบฉีดด้วยอัตราเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า โอย… อยู่ดีๆมีผุ้ชายมาโชว์ขาอ่อนให้ดู รูปร่างหน้าตาแบบนี้ ผิวพรรณแบบนี้ ให้กรูอยู่เมืองจีนซักกี่ปี กรูก็ยอมวะ ขอแบบนี้ซักคนเถ้อะ… นาย ก บอกว่า รูมเมทฉันมีบุคคลิกที่น่าสนใจดีนะ ฉันได้ฟังแล้วกรี๊ดดดด เลย น่าสนใจตรงไหนคะ ตรงที่เป็นอีแอบเนี่ยนะคะ อร้าย…..

 

ดิฉันสิคะ น่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ อายุ 24 แต่หน้า 32 แถมหัวโตกว่าชาวบ้านด้วยนะเออ.. ไม่ทำมะดานะคร้าา ดิฉันแอบหวาดเสียวขึ้นมาเลยค่ะ ทำไมมาสนใจน้องนาโอกิของฉันวะ แต่จะว่าไป ถ้าจะให้เลือกระหว่างนาย ก กับน้องนาโอกิ

 

ดิฉันเลือกนาย ก อย่างไม่ลังเลเลยค่ะ เพราะหน้าตาดีกว่า แมนกว่า มีความเป็นสุภาพบุรุษกว่า แบบว่าให้ย้ายห้องกันตอนนี้ดิฉันยินดีเลยค่ะ ต่อให้ต้องไปใช้ห้องน้ำรวมร่วมกับคนอื่น แต่ดิฉันทนได้ค่ะ เพื่อที่จะได้นอนกับนาย ก แต่ดูท่าทางนาย ก คงจะเป็นแมนเต็ม 100%

แต่อย่างว่าจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ในที่ต่างถิ่นแบบนี้ ความเหงาก็อาจจะทำคนเราอยากลองของใหม่ๆขึ้นมาได้ ของแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใครชิมิคะ ขนาดอาจารย์ยิ่งศักดิ์แต๋วแตกขนาดนั้นยังมีลูกได้ตั้ง 2 คน นับประสาอะไรผู้ชายแท้ๆจะนอนกับเกย์ไม่ได้ ชิมิคะ เพื่อนๆ อิอิอิ

(คิดเข้าข้างตัวเองสุดริด)

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม

วันนี้ตื่นเช้ามารวมตัวที่ใต้ตึกเพราะจะมีปฐมนิเทศนักเรียนใหม่

เจอนักเรียนไทยมากมาย มีอยู่คนนึงเพิ่งมาถึงวันนี้ ครอบครัวแห่กันมาส่ง อายุ 27 จบโทแล้ว แต่หน้าเด็กมากก… หน้าเด็กสุดๆ แถมพ่อแม่พี่สาวปฏิบัติยังกับพี่คนนี้อายุ 15

ฉันเจอนาย ก อีกแล้วเช้านี้ นาย ก มากับเพื่อนรูมเมทเกาหลี ฉันก็เลยสมทบตามเขาไปห้องประชุม และแน่นอนมีหรือจะพลาด ฉันนั่งเก้าอี้ติดกับนาย ก จ๊ะ

( รีบทำคะแนนสุดริด)

การปฐมนิเทศวันนี้มีการแปลเป็นภาษาต่างชาติถึง 3 ภาษา คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และอังกฤษ พออาจารย์คนจีนพูดภาษาจีนจบหนึ่งประโยค ล่ามทั้ง 3 ก็จะแปลกันทีละคนๆ เลยทำให้ใช้เวลานานมากกกกก…..

ฟังจีนเสร็จ ต่อด้วยญี่ปุ่น และเกาหลี ตบท้ายด้วยอังกฤษ แอบมีเบื่อๆบ้างเล็กน้อย จริงๆน่าจะทำเหมือนประชุม APEC เนอะ แบบมีเสียบหูฟังแปลสดๆกันเลย นั่งฟังไปได้ชั่วโมงนิดๆก็จบแล้ว

ฉันกับนาย ก และหนุ่มเกาหลีก็เดินไปหาซื้อของกินกัน นาย ก อยากกินซาลาเปา ก็เลยไปซื้อที่ร้านหน้ามหาลัย นาย ก อยากกินไส้ถั่วดำ

( กรี๊ดดดดดดดด……….. หลอกให้ฉันดีใจเล่นรึเปล่าคะเนี่ย ชอบกินไส้ถั่วดำเนี่ย)

 

เขาบอกชอบมากๆ ไส้ถั่วดำเนี่ย ถึงขนาดเปิดดิกหาคำศัพท์ไส้ถั่วดำเป็นภาษาจีนเลย สุดท้ายก็สั่งไม่ได้ สั่งมาได้ไส้ผักแทน ส่วนฉันได้ไส้หมูสับมากิน ขากลับเดินมาด้วยกันถึงหอพัก แล้วก็แยกย้ายกันเข้าห้อง ตอนนี้ฉันนั่งพิมพ์จดหมายฉบับนี้อยู่ในห้อง

เวลา 10.47 น. เห็นน้องนาโอกิเล่น Internet ในห้องได้แล้วอิจฉา เมื่อไหร่กรูจะได้เล่นมั่งวะเนี่ย

 

 

To be continued โปรดติดตามตอนต่อไป

edit @ 8 Aug 2008 15:09:04 by Kelvin

edit @ 9 Aug 2008 12:53:26 by Kelvin

eating chinese food‏

posted on 08 Aug 2008 13:57 by kelvinchatty

Good morning everyone,

 

my daily routine currently is working up at 10.00

finish breakfast at 11.00

and stay in internet cafe till 3.00 .

 

The food at my school canteen is quite good wa. Just 25 baht and you got a lot of rice and meat and beans.. The taste is quite similar to chinese food in Thailand. This morning I had a big chunk of pork - it taste exactly like in Thailand ( Thank god ! i wanny cry with happiness ) The canteen here does not open all day like in Thailand wa. They open 11.00-19.00 ...

 

The only problem for me is I am not familiar with using only chopstick to eat food wa. I struggle at first. But the good thing is i chew the food slowly coz i can only take the food in to my mouth little by little.

 

My roommate brush his teeth so long wa... He brush like 5 minutes.. I think he 's never gone to see dentist for sure. He seems to be clean na but not actually . Everytime I use the toilet after him , i found the LEFTOVER of Poo Poo I think he should flush twice before leaving the toilet wa. You know what! when i use toilet I flush like 5-6 times to make sure everything is clean. I almost spray the perfume to the toilet...

 

I think I and my roommate have something in common wa.

We both wear slipper in our room. we both has 3 shoes. If you open my room the first thing you will see is 4 pairs of shoes( belong to only 2 persons)

and we both wear socks when we go to bed wa...

My roommate drinks a lot of teas ( Japanese like tea) I drink a lot of pure water ( 2 litres a day)

And my roommate never walk out undress from the bathroom , he always finishs dressing up in bathroom. You will never see us upper-half naked walking in the room lei.

Love ya.